No
Member
สมัครสมาชิก ฟรี ! | ลืมรหัสผ่าน | ? สมัครสมาชิกแล้วได้อะไรบ้าง
ชื่อล็อคอิน
รหัสผ่าน
มุมน่าสนใจ
 
   
 

Forum (สังคมออนไลน์)

การใช้ทฤษฎีทางวัจนปฏิบัติศาสตร์วิเคราะห์ภาษาไทย


ยังไม่ได้
อับภาพสมาชิก
ชื่อ : ratcha
คะแนน: 0
( ID:0000279 )วันที่โพส : วันที่ 1 กุมภาพันธ์ , 2018 : 14:46:59   

ระบบย่อขนาดภาพทำงาน ดูขนาดจริง คลิกที่นี้



การใช้ทฤษฎีทางวัจนปฏิบัติศาสตร์วิเคราะห์ภาษาไทย



                                                                             รัชช์ชา  เจริญ



 



          ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ 
และเป็นภาษากลางสำหรับใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างคนในชาติ 
ภาษาไทยจึงมีความสำคัญที่คนไทยต้องศึกษาและวิเคราะห์ภาษาอย่างเข้าใจลึกซึ้ง  ปัจจุบันนี้มีการใช้ทฤษฎีทางภาษาศาสตร์มาวิเคราะห์ภาษาไทย 
โดยเฉพาะวัจนปฏิบัติศาสตร์เป็นศาสตร์ใหม่ทางภาษาศาสตร์  ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับกลไกการใช้ภาษา  สามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์การใช้ภาษาไทยในปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคม  และยังเป็นประโยชน์แก่นักภาษาเรื่องระดับความชัดเจนของถ้อยคำ  และการใช้กลวิธีสื่อเจตนาอย่างเหมาะสม



          วัจนปฏิบัติศาสตร์ได้รับแนวคิดมาจากปรัชญาสาขาปฏิบัตินิยม 
ประเด็นหลักที่นักวัจนปฏิบัติศาสตร์มุ่งศึกษาคือ  การใช้ภาษาในชีวิตประจำวันของมนุษย์  (ทรงธรรม,
2550, 12) 
ทฤษฎีทางวัจนปฏิบัติศาสตร์แตกต่างจากทฤษฎีของภาษาศาสตร์แขนงอื่นคือ 
ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ที่ตายตัว 
แต่จะพิจารณาการใช้ภาษาตามความเหมาะสมและความน่าจะเป็น  ด้วยเหตุที่ขอบเขตด้านเนื้อหาค่อนข้างกว้าง 
วัจนปฏิบัติศาสตร์จึงมีความสัมพันธ์กับภาษาศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษาและการสื่อสาร  ได้แก่ 
วากยสัมพันธ์  อรรถศาสตร์  การวิเคราะห์สัมพันธสาร  และภาษาศาสตร์สังคม



          การวิเคราะห์ภาษาตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์สามารถกระทำได้  2 
แนวทางหลัก 
แนวทางแรกรวมเอา      วัจนปฏิบัติศาสตร์รูปนัย  (
formal  pragmatics)  และวัจนปฏิบัติศาสตร์สมุฏฐาน  (radical  pragmatics)  เข้าไว้ด้วยกัน 
เป็นการมุ่งพิจารณาเรื่องระบบสัญลักษณ์และองค์ประกอบส่วนต่างๆ  ของประโยคในเชิงนามธรรมเป็นหลัก  ส่วนอีกแนวทางหนึ่งเรียกว่า  วัจนปฏิบัติศาสตร์เชิงวรรณนา 
เป็นการเน้นพิจารณาเจตนาของผู้ใช้ภาษาและหน้าที่สื่อความของถ้อยคำ  ตลอดจนโครงสร้างของปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ  (เรื่องเดียวกัน,
4)



          จุดมุ่งหมายทั่วไปสำหรับสาขาวิชาภาษาศาตสตร์ด้านอื่นอาจเน้นอธิบายปรากฏการณ์ทางภาษาว่า  คืออะไร  และ  เป็นอย่างไร 
แต่วัจนปฏิบัติศาสตร์จะพยายามหาคำตอบด้วยว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น  ด้วยหลักการดังกล่าวทำให้ทฤษฎีวัจนปฏิบัติศาสตร์เหมาะแก่การนำมาวิเคราะห์การใช้ภาษาไทยเพื่อติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน 
ทฤษฎีวัจนปฏิบัติศาสตร์ที่สำคัญและผู้เขียนนำมาใช้วิเคราะห์ภาษาไทยมี 
3 
ทฤษฎี  คือ  ทฤษฎีวัจนกรรม 
(
Speech  Act  Theory)  การวิเคราะห์การสนทนา  (Conversation  analysis) และความสุภาพ  (Politeness)



 



ทฤษฎีวัจนกรรม  (Speech  Act 
Theory) 



          ทฤษฎีวัจนกรรมเป็นแนวคิ***ธิบายการกระทำโดยใช้คำพูดในการติดต่อสื่อสาร  สามารถจำแนกเป็นประเภทตามเจตนาของผู้พูด  ได้แก่  การบอกเล่า 
การสัญญา  การเตือน  การสั่ง 
และการถาม 
การสื่อสารลักษณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อผู้พูดเจตนาสื่อความหมายอ้อมมากกว่าความหมายตรงของถ้อยคำ 
เจตนาดังกล่าวจะสัมฤทธิ์ผลก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขเหมาะสม  (เอกพงศ์ 
ประสงค์เงิน
: ม.ป.ป., 65) 
และในการสื่อสารจากประโยคใดประโยคหนึ่งสู่ผู้รับสาร  เมื่อรับสารแล้วทั้งผู้ส่งและผู้รับสารเข้าใจตรงกัน  การสื่อสารครั้งนั้นถือว่าสัมฤทธิ์ผล



          การกล่าวถ้อยคำแต่ละครั้งสามารถแยกองค์ประกอบได้ดังนี้  (เรื่องเดียวกัน, 72)



1.  ถ้อยคำ  (Utterance)  หมายถึง 
เสียงหรือถ้อยคำ



2.
วัจนกรรม  (Illocutionary  force)  หมายถึง 
เจตนาของผู้ส่งสาร



3.
วัจนผล (Perlocution 
act)  หมายถึง 
ผลที่เกิดขึ้นหลังจากผู้รับสารได้รับรู้ข้อความของผู้ส่งสาร



ตัวอย่าง 
วัฒนาดูข่าวเกี่ยวกับผู้ร้ายปล้นเงินธนาคาร 
ในเหตุการณ์มีการปะทะกันแล้วผู้ร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม  เมื่อวัฒนาพบวรรณนาจึงกล่าวประโยคว่า 
ตำรวจยิงผู้ร้าย  เพื่อบอกข่าวแก่เพื่อน 
เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของถ้อยคำในประโยคได้ดังนี้



-  ถ้อยคำ 
ในประโยคกล่าวถึง 
ตำรวจ 
โดยมีเนื้อความว่าตำรวจกระทำอาการ 
ยิง 
ส่วน 
ผู้ร้าย  เป็นผู้ถูกกระทำคือ  ถูกยิง



          - 
วัจนกรรม  เป็นการแจ้งให้ทราบ



          - 
วัจนผล ประโยคข้างต้นสะท้อนอารมณ์ของวรรณนาว่า 
เมื่อรู้ข่าวแล้วอาจจะรู้สึกสงสารหรือไม่มีความรู้สึกก็ได้



          การวิเคราะห์องค์ประกอบของถ้อยคำดังกล่าวส่วนที่นำมาวิเคราะห์คือส่วนของถ้อยคำและส่วนของวัจนกรรม  วัจนกรรมแบ่งได้  2 
ชนิด  ดังนี้



          1. 
วัจนกรรมตรง  (Direct  Speech 
Act)  คือ  ความหมายที่เป็นเจตนาของผู้ส่งสารซึ่งสอดคล้องกับความหมายประจำรูปของประโยค



          2. 
วัจนกรรมอ้อม  (Indirect  Speech 
Act)  คือ 
ความหมายที่เป็นเจตนาของผู้ส่งสารซึ่งไม่สอดคล้องกับความหมายประจำรูปของประโยค



          ตัวอย่าง  ขวัญกับแก้วไปเที่ยวที่สวนสนุก  เมื่อแก้วเห็นเครื่องเล่นชนิดหนึ่งก็กล่าวประโยคว่า  รถไฟเหาะน่าเล่นจังเลย  ในประโยคมีวัจนกรรม  ดังนี้



          - 
วัจนกรรมตรง  คือ  แก้ว(ผู้พูด) 
บอกให้ขวัญ(ผู้ฟัง)  ทราบว่ารถไฟเหาะน่าเล่น 
สอดคล้องกับความหมายประจำรูปว่ารถไฟเหาะมัรูปลักษณะอย่างไร



          - 
วัจนกรรมอ้อม  คือ  แก้ว (ผู้พูด) 
อยากชวนขวัญไปเล่นรถไฟเหาะด้วยกัน 
หรืออาจจะต้องการเล่นรถไฟเหาะเพียงลำพังก็ได้



          ประโยคภาษาไทย 
ถ้าอาศัยทฤษฎีวัจนกรรมมาวิเคราะห์โครงสร้างแล้วสามารถกล่าวได้ว่าเป็นประโยคที่ไม่แน่นอนตายตัวเหมือนภาษาอื่นที่มีวิภัติปัจจัย  (เรืองเดช ปันเขื่อนขัติย์
: 2541, 91)  เพราะความหมายของประโยคในภาษาไทยมีความซับซ้อนมากกว่าความหมายระดับคำ 
การตีความหมายของประโยคจะเป็นเรื่องซับซ้อนมากขึ้น 
และความหมายของประโยคต้องประกอบด้วยความหมายประจำตัวประโยค  และความหมายในปริบทหรือวัจนกรรมของประโยค  อาจเป็นวัจนกรรมตรงหรือความหมายที่เป็นเจตนาของผู้พูดที่สอดคล้องกับชนิดของประโยค 
และวัจนกรรมอ้อมคือเจตนาที่ผู้พูดกำหนดขึ้นใหม่  โดยไม่สอดคล้องกับชนิดของประโยค



          มโนทัศน์เรื่องวัจนกรรมเกิดจากการเล็งเห็นความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันระหว่างความหมายและผู้ใช้ภาษาอย่างชัดเจน  นอกจากสามารถนำทฤษฎีวัจนกรรมวิเคราะห์ภาษาในชีวิตจริงแล้ว  ปัจจุบันยังพบว่าวัจนกรรมนำไปวิเคราะห์บทสนทนาในนวนิยายอีกด้วย 
ทั้งนี้เนื่องจากในนวนิยายมักมีการแสดงความแยบยลทางความคิดโดยอาศัยการพู***ย่างอ้อมค้อม  การเสียดสี 
การประชดประชัน 
แม้กระการแสดงตลกล้วนเป็นเป็นไปเพื่อความสมจริง  และบางครั้งเป็นวิธีการที่จะให้ผู้อ่าน  (ผู้ตีความ)
ตระหนักถึงความจริงในคำพูดนั้น 
รวมทั้งยกย่องความสามารถของผู้ประพันธ์ 
เช่น 
ผู้อ่านพบว่าตัวละครเด็กจะแสดงความคิดโดยใช้วัจนกรรมตรงเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งทำให้เกิดความสมจริงมากขึ้น  เพราะเด็กยังมีสมรรถนะทางภาษาไม่เท่ากับผู้ใหญ่  (สุธาสินี สิทธิเกสร
: 2544, 30-31) 



         



การวิเคราะห์การสนทนา  (Conversation  Analysis)



          การวิเคราะห์การสนทนา  หมายถึง 
การวิเคราะห์เพื่อศึกษาวิธีการและแบบแผนที่มนุษย์ใช้ภาษาในการสนทนา  ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในรูปแบบอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับคำพูด 
นักวิเคราะห์บทสนทนาอาศัยการบันทึกเสียงบทสนทนาที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในสถานการณ์จริงและนำข้อมูลที่บันทึกได้มาถ่ายทอดเสียงเพื่อใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์การเปิด-ปิดบทสนทนา  การเปลี่ยนหัวเรื่อง  การพูดขัดจังหวะ  และคู่วัจนกรรม



          การนำแนวคิดการวิเคราะห์การสนทนามาใช้ศึกษาการใช้ภาษาไทย 
สามารถวิเคราะห์เพื่อหาว่าคู่สนทนาเข้าใจและโต้ตอบซึ่งกันและกันอย่างไร



ตัวอย่างที่
1



          ก.  : 
งานเขียนของเธอชื่อว่าอะไรหรอ



          ข. 
:  ไม่จำเป็นต้องตอบ



          ก. 
:  ทำไมถึงตอบกวนนักล่ะ



          ข. 
:  ก็ฉันตั้งชื่องานเขียนของฉันว่า  ไม่จำเป็นต้องตอบ



          บทสนทนาข้างต้นแสดงให้เห็นการสื่อสารที่ไม่สัมฤทธิ์ผล  เพราะ ก. 
ถาม  ข.  ว่า งานเขียนของเธอชื่อว่าอะไรหรอ  ข. 
ตอบตามความจริง  แต่ ก.  คิดว่า ข. 
ตอบแบบสร้างความโมโหให้  ก.  จน ข. 
ต้องอธิบายว่า  งานเขียนของตนเองชื่อว่า
ไม่จำเป็นต้องตอบ 
การสื่อสารข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความกำกวม 
และชี้ให้เห็นว่า การให้ความร่วมมือกันในการสนทนาเป็นสามัญสำนึกของมนุษย์ที่ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและแสดงความรู้สึกนักคิ***อกไป  หากภาษาสื่อความชัดเจน  ผู้รับสารก็คาดหวังว่าจะได้รับการตอบสนองที่สัมพันธ์กับสิ่งที่ผู้ส่งสารตั้งใจสื่อ



 ตัวอย่างที่ 2



          ก.  
ผู้ซื้อ  
:  เท่าไรคะ  พี่



          ข.  
ผู้ขาย 
:  ร้อยเดียว  ทุกตัวครับ 
ใส่ไซส์ไหนครับ
                  



          ค.  
ผู้ซื้อ  
:  ขอดูเอ็กซ์แอลค่ะ  สีดำ



          ง.  
ผู้ขาย 
:  นี่ครับ  ลองได้นะครับ 
ห้องลองทางโน้น



          บทสนทนาข้างต้นเป็นบทสนทนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายของ  จากแนวคิดการวิเคราะห์บทสนทนาสามารถวิเคราะห์ได้ว่า  บทสนทนาในตัวอย่างที่  2 
มีการผลัดกันพูด  (turn-taking)  ในที่นี้คือการผลัดกันพูดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย  ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อถึงจุดผลัดเปลี่ยนผู้พูดที่เหมาะสม  (สุจริตลักษณ์ 
ดีผดุง
: 2549, 87)  จุดผลัดเปลี่ยนผู้พูดจากตัวอย่างบทสนทนาที่  2 
คือแต่ละถ้อยคำจบตามโครงสร้างทางไวยากรณ์ของภาษาไทย  เช่น 
ถ้อยคำใน ก. 
ผู้ซื้อถามเรื่องราคา 
และตามด้วยคำเรียกขาน  ส่วน ข.  ผู้ขายตอบคำถามบอกราคา  แล้วตามด้วยคำถามเรื่องขนาดของเสื้อ  ซึ่งผู้ซื้อก็ตอบคำถามด้วยประโยคขอร้อง  พร้อมกับบอกขนาดของเสื้อใน  ค. 
ผู้ขายก็ตอบโดยการตอบรับ 
และส่งเสื้อที่ขอดูพร้อมทั้งให้ข้อมูลเรื่องห้องลองเสื้อผ้าด้วยใน ง.  นอกจากนี้ตัวอย่างบทสนทนาดังกล่าวยังสามารถวิเคราะห์หาคู่วัจนกรรมได้ด้วย
เช่น  เมื่อถ้อยคำแรกเป็นการถาม  จะคู่กับถ้อยคำที่สองที่เป็นคู่กันคือการตอบ  และเมื่อถ้อยคำแรกเป็นการขอร้อง  ก็จะคู่กับถ้อยคำที่สองที่เป็นคู่กัน  คือ 
การตอบรับ/ปฏิเสธ 



 
ชื่อผู้แสดงความเห็น
มีอีกเพียบเลื่อนลงไปดู
รายละเอียด
ใส่ภาพ
ขนาดภาพห้ามเกิน 250Kb .jpeg .gif เท่านั้น
 
 ?ใส่รหัสลับ ใส่ให้ตรงกันครับ
 
ข้อตกลงในการแสดงความคิดเห็น
- ไม่โพสข้อความหยาบคาย หมื่นสถาบัน
- ไม่โพสข้อความโฆษณาต่างๆ จดหมายลูกโซ่
- ไม่โพสข้อความทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
* หากพบเห็นจะถูกแบนทันที
     
ยังไม่มีผู้แสดงความเห็นในหัวข้อนี้  

 
Thai-Education
www.thai-education.com
บันเทิง:
เกมส์สนุก:
ความรู้:
ข่าวการศึกษา , มุมคุณครู , ผลงานนักเรียน , เผยแพร่ผลงานวิชาการ , คลังความรู้ , ข้อสอบออนไลน์ , มุมคุณธรรม
บริการ:
ติดต่อโฆษณา