No
Member
สมัครสมาชิก ฟรี ! | ลืมรหัสผ่าน | ? สมัครสมาชิกแล้วได้อะไรบ้าง
ชื่อล็อคอิน
รหัสผ่าน
มุมน่าสนใจ
 
   
 

Forum (สังคมออนไลน์)

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้

คำค้นหา: ฟิสิกส์       

ยังไม่ได้
อับภาพสมาชิก
ชื่อ : kru2901
คะแนน: 0
( ID:0000288 )วันที่โพส : วันที่ 5 มิถุนายน , 2019 : 06:11:10   

ระบบย่อขนาดภาพทำงาน ดูขนาดจริง คลิกที่นี้

ชื่อเรื่อง :  การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ด้วยการ
   จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้  
ผู้วิจัย  :  นภาภร  อักษรเจริญสุข, โรงเรียนกุดเสลาวิทยาคม  อำเภอกันทราลักษณ์   จังหวัด
   ศรีสะเกษ  ปีการศึกษา  2561.

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โรงเรียนกุดเสลาวิทยาคม  2)  สร้างและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้   3) ทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้  และ  4)  ประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย  ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โรงเรียนกุดเสลาวิทยาคม  แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จำนวน 6 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์สภาพปัญหาและแนวทางพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา  (Content Analysis)
ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้  แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ตรวจสอบความเหมาะสมและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 นวัตกรรมและเครื่องมือที่ใช้การวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์เรื่องคลื่นกลชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD 2)  แบบประเมินความเหมาะสมแผนการจัดการเรียนรู้ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์เรื่องคลื่นกล และ  4)  แบบประเมินความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( )  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ( ) และการหาประสิทธิภาพโดยการใช้สูตร  / 
ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้  กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3  จำนวน 34 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย  ( )   ค่าร้อยละ (Percentage)  และการทดสอบค่าที  (t-test แบบ Dependent Sample)  

ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งข้อมูลคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3 จำนวน 34 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)    

ผลการวิจัย พบว่า
1. ปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ที่ส่งให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรียนต่ำเกิดจากนักเรียนขาดความสนใจในการเรียนเพราะเป็นวิชาที่มีสาระการเรียนรู้ค่อนข้างยากมีการคิดคำนวณมากโดยเฉพาะหน่วยการเรียนรู้เรื่องคลื่นกลที่มีเนื้อหามากและค่อนข้างยาก รูปแบบการจัดการเรียนรู้ของครูไม่น่าสนใจ  ขาดการใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ นักเรียนไม่มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน  ส่วนแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้คือ ครูผู้สอนควรจัดการเรียนรู้ในแบบกลุ่มเล็กๆ ให้นักเรียนคละความรู้ ความสามารถเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน นักเรียนเก่งช่วยนักเรียนที่อ่อนกว่า ครูควรจัดทำสื่อการเรียนรู้ที่นักเรียนสามารถเรียนได้ทั้งในห้องและนำกลับไปฝึกทบทวนที่บ้านได้ และครูผู้สอนควรใช้เทคนิคการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD เพราะการสอนด้วยวิธีนี้จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์เรื่องคลื่นกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD มีจำนวน 9 แผน 18 ชั่วโมง ใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิคSTAD จำนวน 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นการนำเสนอบทเรียนต่อชั้นเรียน 2)  ขั้นการเรียนกลุ่มย่อย  3)  ขั้นการทดสอบย่อย 4)  ขั้นตรวจผลการทดสอบและประเมินความก้าวหน้า และ  5)  ขั้นรับรองผลงานและรับรองกลุ่ม ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  ส่วนชุดกิจกรรมการเรียนรู้  วิชาฟิสิกส์ เรื่องคลื่นกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีจำนวน 9 ชุด ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผลการหาประสิทธิภาพการใช้แผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมการเรียนรู้พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ     80.74 /81.17  สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3. นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีคะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นักเรียนพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน  ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

 
ชื่อผู้แสดงความเห็น
มีอีกเพียบเลื่อนลงไปดู
รายละเอียด
ใส่ภาพ
ขนาดภาพห้ามเกิน 250Kb .jpeg .gif เท่านั้น
 
 ?ใส่รหัสลับ ใส่ให้ตรงกันครับ
 
ข้อตกลงในการแสดงความคิดเห็น
- ไม่โพสข้อความหยาบคาย หมื่นสถาบัน
- ไม่โพสข้อความโฆษณาต่างๆ จดหมายลูกโซ่
- ไม่โพสข้อความทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
* หากพบเห็นจะถูกแบนทันที
     
ยังไม่มีผู้แสดงความเห็นในหัวข้อนี้  

 
Thai-Education
www.thai-education.com
บันเทิง:
เกมส์สนุก:
ความรู้:
ข่าวการศึกษา , มุมคุณครู , ผลงานนักเรียน , เผยแพร่ผลงานวิชาการ , คลังความรู้ , ข้อสอบออนไลน์ , มุมคุณธรรม
บริการ:
ติดต่อโฆษณา